2006/Apr/06

วันนี้อยากจะมาพูดเรื่องมิตรแท้กับมิตรเทียมว่าต่างกันอย่างไร เพื่อนๆจะได้มีหลักเกณฑ์นำไปใช้ในการตัดสินใจว่า มิตรหรือเพื่อนคนไหนควรคบคนไหนไม่ควรคบ คนไหนคบได้แต่ต้องให้อยู่รั้วหน้าบ้านอย่าให้เข้ามาในบ้านคนไหนคบได้ให้ข้ามรั้วหน้าบ้านเข้ามาในบ้านได้มันก็ต้องมีหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์อันนี้ผมไม่ได้คิดขึ้นมาเองแต่มาจากท่านผู้รู้ซึ่งท่านหมดกิเลสแล้วเป็นบรมครูคือเป็นครูของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายเป็นผู้รู้แจ้งโลกท่านที่พูดถึงคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

มิตรเทียม มี 4 จำพวก

๑. คนปอกลอก ๒. คนดีแต่พูด ๓. คนหัวประจบ ๔. คนชักชวนในทางฉิบหาย

แล้วคนปอกลอกมีลักษณะอย่างไรล่ะ?

คนปอกลอก มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว

๒ เสียให้น้อย คิดเอาให้ได้มาก

๓ เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรับทำกิจของเพื่อน

๔ คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตัว

คนดีแต่พูด มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ เก็บเอาของที่ล่วงแล้วมาปราศัย

๒ อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศัย

๓ สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้

๔ ออกปากพึ่งมิได้

คนหัวประจบ มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ จะทำชั่วก็คล้อยตาม

๒ จะทำดีก็คล้อยตาม

๓ ต่อหน้าว่าสรรเสริญ

๔ ลับหลังตั้งนินทา

คนชักชวนในทางฉิบหาย มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ ชักชวนดื่มน้ำเมา

๒ ชักชวนเที่ยวกลางคืน

๓ ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น

๔ ชักชวนเล่นการพนัน



มิตรแท้ มี ๔ จำพวก

๑ มิตรมีอุปการะ ๒ มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ๓ มิตรแนะนำประโยน์ ๔ มิตรมีความรักใคร่

มิตรมีอุปการะ มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว

๒ ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว

๓ เมื่อมีภัย เอาเป็นที่พึ่งพำนักได้

๔ เมื่อมีธุระ ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก

มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ ขยายความลับของตนแก่เพื่อน

๒ ปิดความลับของเพื่อนไม่ให้แพร่งพราย

๓ ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ

๔ แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้

มิตรแนะประโยชน์ มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว

๒ แนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี

๓ ให้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง

๔ บอกทางสวรรค์ให้

มิตรมีความรักใคร่ มีลักษณะ ๔ ดังนี้

๑ ทุกข์ ทุกข์ด้วย

๒ สุข สุขด้วย

๓ โต้เถียงคนที่พูดติเตียนเพื่อน

๔ รับรองคนที่พูดสรรเสริญเพื่อน

เพื่อนๆคงได้มาตรฐานสำหรับวัดว่าเพื่อนที่เราคบอยู่เป็นประเภทใดเป็นมิตรแท้หรือเป็นมิตรเทียม ถ้าเป็นมิตรเทียมก็ไม่ควรคบไม่ควรเข้าใกล้เพราะจะนำความเดือดร้อนมาให้อาจจะทำให้เสียทรัพย์หรืออาจจะทำให้เราต้องติดคุกร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้เราถึงแก่ความตายเช่นอาจจะไปโดนลูกหลงที่เพื่อนเราเป็นคนพาลก่อไว้ก็ได้ แต่ถ้าเพื่อนที่เราคบเป็นมิตรแท้อย่างนี้ควรเข้าใกล้ควรคบควรทำความสนิทสนมไว้เพราะว่าเมื่อเราตกทุกข์ได้ยากเพื่อนแท้ก็จะประคับประคองเราให้พ้นจากวิกกฤตของชีวิตได้การได้มิตรแท้ถือว่าเป็นการได้ทรัพย์อันประเสริฐที่บัณฑิตนักปราชญ์ในกาลก่อนสรรเสริญ นอกจากนี้มิตรแท้จะนำแต่สิ่งที่เป็น มงคล เข้ามาในชีวิตทำให้ชีวิตของเราเจริญยิ่งๆขึ้นไปไม่มีวันตกต่ำครับ...



edit @ 2006/04/09 14:00:48

2006/Apr/02

ตัวอย่างมงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล วันนี้ขอเล่าเรื่องชาดกโดยย่อมีชื่อว่า "กุกกุฎชาดก" เป็นชาดก

ว่าด้วยพ้นศัตรูเพราะรู้เท่าทัน

พระศาสดาทรงปรารภพระเทวทัตที่พยายามปลงพระชนม์ จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่าว่า ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นไก่ ณ ป่าไผ่แห่งหนึ่ง มีไก่หลายร้อยเป็นบริวาร มีเหยี่ยวตัวหนึ่งอยู่ ณ ที่นั้น มันใช้อุบายจับไก่กิน ทีละตัวจนหมด เหลือพระโพธิสัตว์ตัวเดียว ซึ่งเป็นผู้ไม่ประมาท เที่ยวหาอาหารตามเวลา แล้วเข้าไปอยู่ในเชิงไผ่ เหยี่ยวไม่อาจจับได้ จึงคิดหาอุบายล่อลวงจับกิน โดยการเข้ามาตีสนิท คุ้นเคย แต่ไม่สำเร็จ ถูกพระโพธิสัตว์ขับไล่ไป

สำหรับผู้ใดต้องการอ่านเรื่องเต็มๆก็ไปค้นได้ที่...พระไตรปิฎกฉบับมหามกุฎราชวิทยาลัย

(ขุ.ชา. ทสกนิบาต มก. 59/893)

เพื่อนคงจะได้ข้อคิดดีๆนำไปดำเนินชีวิตได้นะครับสามารถติชมมาทางอีเมลก์ก็ได้ครับ



edit @ 2006/04/09 13:47:29
edit @ 2006/04/09 14:01:50

2006/Mar/29

นี้เป็น blog แรก

มงคลชีวิตมีทั้งหมด 38 ข้อ

มงคล ข้อแรกที่จะพูดถึงคือ มงคลที่ 1 ว่าด้วยเรื่อง "ไม่คบคนพาล"

หัวข้อแรกที่จะพูดถึงคือ ลักษณะของคนพาล

ในพาลบัณฑิตสูตร (นำมาจากพระไตรปิฎก) ลักษณะของคนพาลมี 3 ประการคือ

1. มักมีความคิดชั่ว 2. มักพูดชั่ว 3. มักทำชั่ว เพื่อนๆคงจะมีหลักเกณฑ์ไว้ตัดสินได้แล้วใช่ไหมว่าใครเป็นคนพาลหรือคนไม่ดี คนประเภทนี้ไม่ควรคบไม่ควรเข้าใกล้เพราะถ้าเข้าใกล้แล้วจะนำความเดือดร้อนมาให้และอาจนำภัยมาถึงแก่ตนอาจจะทำให้ถึงเสียชีวิตเลยก็เป็นไปได้เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรประมาทในการดำเนินชีวิตและต้องรู้เท่าทันผู้คนครับ!!!




edit @ 2006/04/05 18:09:38